- 3.45 -
เวลาตีสามสี่สิบห้านาที ผมยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ผมไม่ได้หมายความว่ารอบตัวผมไม่มีอะไรเลยจริงๆ เพียงแต่ด้วยความรู้สึกแล้ว ผมรู้สึกเช่นนั้น ผมจะอธิบายยังไงดี มันเหมือนกับ... เหมือนกับ... เหมือนกับการยืนอยู่ท่ามกลางซากของสิ่งที่เคยมีชีวิต ซากร่างที่ปราศจากจิตวิญญาณ ซากร่างที่ว่างเปล่า แล้วพลังงานอันว่างเปล่าเหล่านั้น ก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามากัดกินจิตใจของคุณให้ว่างเปล่าพอกัน... ผมรู้สึกเช่นนั้น
แล้วเหตุใดผมถึงรู้สึกเช่นนั้น? ก็เพราะผมกำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากร่างเหล่านั้นจริงๆ เพียงแต่ซากร่างเหล่านั้นอยู่ห่างผมลงไปใต้ดิน ใช่แล้วครับ ผมยืนอยู่กลางสุสาน
สุสานขนาดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แสงจากดวงจันทร์ค่อนดวงย้อมสิ่งต่างๆ รอบตัวผมเป็นสามเฉดสี ดำ เงิน และน้ำเงิน ไม่ว่าในเวลาอื่นสรรพสิ่งรอบข้างของผมจะเคยเป็นสีอะไร บัดนี้ ต่างตกอยู่ภายใต้สามสีนี้เท่านั้น สีแห่งความว่างเปล่า
เมื่อถูกรายล้อมด้วยบรรยากาศเช่นนี้ ผมเริ่มสงสัยในการดำรงอยู่ของผม ผมหลับตา ส่งจิตไปสำรวจยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายของผม ฝ่าเท้าสัมผัสอยู่กับพื้นดินร่วน ชื้นเย็น ผิวกายทั่วร่างสัมผัสกับอากาศเย็นยามค่ำคืน ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ผืนใดขวางกั้นระหว่างผมกับสิ่งรอบกาย การยืนหลับตาเปลือยกายท่ามกลางสถานที่ร้างผู้คนยามค่ำคืนเช่นนี้ เหมือนจะยิ่งตอกย้ำถึงความรู้สึกแห่งความไม่รู้สึก ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ยกฝ่ายมือขึ้นมาสำรวจ... ไร้ซึ่งเหตุผลและคำตอบสำหรับการกระทำเช่นนี้ ในที่สุด ผมยอมแพ้ และปล่อยมืดทั้งคู่ลงสู่ข้างกาย ผมเริ่มสงสัยว่าความรู้สึกต่างๆ ที่ได้มาก่อนหน้านี้ เป็นความรูสึกจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ความทรงจำบางส่วนที่ถูกส่งมาตามที่ผมคิดว่าควรจะรู้สึก... อาจเป็นเช่นนั้น ร่างกายมีกลไกการป้องกันตัวเองที่เยี่ยมยอด
เวลาตีสามสี่สิบห้านาที ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม ห้วงเวลาแห่งการคิดคำนึงและครุ่นคิดต่างๆ ผ่านไป แต่เวลายังคงที่... เวลาไร้ความสลักสำคัญใดๆ ในความว่างเปล่า
ทั่วอาณาบริเวณที่ผมสามารถมองเห็นได้ ไม่มีแม้เงาของนาฬิกาสักเรือน... นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาตั้งพื้น นาฬิกาติดผนัง นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแดด ไม่มีสักเรือน... แล้วผมเอาเวลาตีสามสี่สิบห้านาทีนี้มาได้อย่างไร ยากจะอธิบาย เพียงแต่ขอให้เข้าใจว่าเวลาที่ผมบอก ไม่ใช่เวลาที่มาจากนาฬิกา มันเป็นเวลาของผมเอง ยกตัวอย่างเหมือนกับ คนๆ หนึ่งต้องมีสักครั้งที่ต้องการจะมีเวลาเป็นของตัวเองจริงๆ เวลาที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องใดๆ กับใคร เวลาของผมก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ผมไม่ได้เต็มใจที่จะรับมันมา ผมไม่ได้อยากได้มัน ผมเพียงแค่ถูกยัดเยียดให้มีเวลานี้เป็นของตัวเอง ในตอนนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ไม่มีใดอื่น
เวลาตีสามสี่สิบห้านาที ผมถูกบังคับให้อยู่ในเวลานี้อย่างไร้กำหนด ช่วงเวลานี้อาจยาวนานเพียงกระพริบตา หรือยาวนานชั่วนิรันดร์ ใครจะทราบ อย่างน้อยก็ ผมไม่ทราบ
สำหรับบางโอกาส การมีช่วงเวลาหนึ่งยาวนานชั่วนิรันดร์เปรียบเหมือนโอกาสทองในการตักตวงความรู้สึก ตักตวงประสบการณ์ แต่ในความว่างเปล่าเช่นนี้ จะอยู่ไปชั่วนิรันดร์เพื่ออะไรกัน เปรียบเหมือนการรอคอยเมื่อเวลาหยุดนิ่ง เราจะเรียกมันว่าการรอคอยได้หรือ
เวลาตีสามสี่สิบห้านาที ไม่ว่าตามความรู้สึกแล้ว เวลาจะผ่านไปอีกสักเท่าไหร่ เวลาก็ยังเป็นตีสามสี่สิบห้านาที ตีสามสี่สิบห้านาที ตีสามสี่สิบห้านาที ตีสามสี่สิบห้านาที ตีสามสี่สิบห้านาที ตีสามสี่สิบห้... โว้ย! ผมทนไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าผมจะทนอะไรอยู่ ผมทนมันไม่ไหวแล้ว ผมจะต้องออกไปจากที่นี่ ออกไปจากความว่างเปล่า ความหยุดนิ่ง ความห่าเหวอะไรทั้งหลายนี้ ผมจะก้าวออกไปจากพื้นดินเฮงซวยนี่ ผมจะก้าวออกไป ผมต้องก้าวออกไป...
ผมก้าวไม่ออก ราวกับเท้าของผมถูกตอกตรึงอยู่กับพื้นดินนี้ ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลระหว่างเท้าของผมกับพื้นดินนี่ ราวกับเท้าของผมหลอมรวมเป็นหนึ่งกับผืนดินนี่ ผมอยากร้องไห้ อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความทนไม่ไหวเป็นเหมือนแกนนำที่เรียกร้องเอาความรู้สึกต่างๆ มารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ก้อนความรู้สึกนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ที่ใจกลางตัวของผม แล้วค่อยๆ คืบเคลื่อนขึ้นมาตามเส้นกลางลำตัว จุกอยู่กลางลำคอก่อนที่จะทะลักพรวดออกมาเป็นสายธาร พรั่งพรูออกมาจากดวงตา ผมอยากจะยกมือขึ้นมาปาด แต่บัดนี้ ผมไม่สามารถควบคุมมือทั้งสองของผมได้อีกต่อไปแล้ว ร่างกายของผมเหมือนไม่ได้เป็นของผมอีกแล้ว เหมือนมันรวมหลอมไปกับผืนดินเช่นเดียวกับเท้าของผมก่อนหน้านี้ สายธารแห่งอารมณ์ยังพรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของผมอย่างไม่ขาดสาย หลั่งไหลสู่พื้นดินราวกับจะเติมให้มันชุ่มชื้นยิ่งขึ้น
เวลาตีสามสี่สิบห้านาที ที่สายธารแห่งอารมณ์หยดสุดท้ายไหลลงสู่ก้อนดิน ผมไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว รอบกายเป็นเพียงโครง ซาก กรอบ ของความว่างเปล่า ไม่มีความเย็น ความชื้น หรืออะไรอื่นๆ อีกต่อไป เป็นเพียงสิ่งที่แสดงถึงความว่างเปล่าเท่านั้น เวลารอคอยของผมสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้ว ไปเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่านี้
ผมจากไป ในเวลาตีสามสี่สิบหกนาที
PhiLopHobiA
24 ก.ค. 2552 เวลา 16:46 น.
เวลา 1 นาทีคิดเยอะนะเนี่ย
- -*